Saturday 2nd July 2022

5 ข้อดี ETF ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด

April 26, 2022 by mikemikemike
No Comments

ETF ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบการลงทุนสไตล์ Passive Investing เนื่องจาก ETF มีลักษณะคล้ายกับกองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนให้ออกมาใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีมากที่สุด

แต่ถึง ETF จะได้ชื่อว่าเป็นกองทุน ก็มีความพิเศษแตกต่างกับกองทุนรวมทั่วๆ ไป คือ ETF เป็นกองทุนรวมดัชนีที่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เหมือนหุ้นรายตัว หรือสามารถซื้อขายแบบ Real Time นั่นเอง

jumbo jili

จากเหตุผลที่กล่าวมา เชื่อว่าคงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและอยากจะเริ่มลงทุนใน ETF แต่รู้หรือไม่ว่า… นอกจากเราจะซื้อ ETF เพื่อหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาแล้ว ETF ยังมีข้อดีอีกมากมาย เราลองมาดู “5 ข้อดี ETF ที่นักลงทุนไม่ควรพลาด” กันดีกว่า

ETF เครื่องมือกระจายความเสี่ยง ต้นทุนต่ำ
เนื่องจาก ETF มีนโยบายการลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนให้ออกมาใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง นั่นหมายความว่า ETF มีตะกร้าสินทรัพย์การลงทุนเหมือนดัชนีที่อ้างอิง ตัวอย่างเช่น หากเราชื่นชอบหุ้นกลุ่มแบงก์ แต่ปัญหา คือ ไม่รู้จะเลือกซื้อหุ้นแบงก์ตัวไหน เพราะกลัวเลือกหุ้นผิดตัว หรืออยากจะซื้อให้ครบทุกตัวก็ใช้เงินลงทุนเยอะเกินไป

สล็อต

นี่คือสิ่งที่ ETF เข้ามาตอบโจทย์ กรณีนี้วิธีแก้ปัญหาคือ เราสามารถซื้อ ETF ที่ชื่อ “EBANK” (กองทุนเปิด KTAM SET BANKING ETF TRACKER) เพียงกองเดียว ก็จะเท่ากับว่าเราได้กระจายการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มแบงก์ครบทุกตัว ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงมาก พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นผิดตัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ETF ตัวเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนแบบ DCA
การลงทุนแบบ DCA นั้น นอกจากวินัยการลงทุนแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเติบโตของสินทรัพย์ที่เราตัดสินใจเลือกมาทำการ DCA

สล็อตออนไลน์

ถ้าถามว่าทำไม ETF ถึงแก้ปัญหาข้อนี้ได้ นั่นก็เพราะ ETF คือ สินทรัพย์ที่ไม่มีวันล้มละลาย หรือมูลค่าไม่มีทางเป็นศูนย์! เพราะมีการกระจายสินทรัพย์ไว้หลายตัว ซึ่งจะแตกต่างจากการลงทุนสินทรัพย์รายตัว ที่อาจเกิดความไม่แน่นอนขึ้นได้ เช่น ธรรมาภิบาลของผู้บริหาร หรือการถูกฟ้องร้อง ที่อาจทำให้บริษัทที่เคยดีเกิดล้มละลายได้ ดังนั้น ETF จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาวด้วยวิธีการ DCA นั่นเอง

ใช้ ETF จัดพอร์ตแบบ Asset Allocation
สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักคำนี้ “Asset Allocation” คือ การจัดสรรเงินลงทุน โดยกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายๆ ประเภทเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับ

jumboslot

ความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุน และระยะเวลาที่ต้องการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุน
ตัวอย่างเช่น สัดส่วนของพอร์ต 100% ที่เราเลือกมาทำ Asset Allocation ประกอบไปด้วย

หุ้นไทย 50%
หุ้นต่างประเทศ 35%
และสินทรัพย์ทางเลือกอีก 15%
และเนื่องจาก ETF เป็นเหมือนตัวแทนของสินทรัพย์ต่างๆ จากการอ้างอิงตามดัชนี เราจึงสามารถใช้ ETF ในการทำ Asset Allocation ตามที่เราออกแบบไว้ได้ โดยขอยกตัวอย่าง ETF ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น

slot

TDEX 50% (ให้เป็นตัวแทนของ “หุ้นไทย”)
CHINA 35% (ให้เป็นตัวแทนของ “หุ้นต่างประเทศ”)
GLD 15% (ให้เป็นตัวแทนของ “สินทรัพย์ทางเลือก”)
จากนั้นเราลองมาดูผลตอบแทนย้อนหลังของ ETF จากการทดสอบว่า… หากเราลงทุนแบบ DCA ทุกเดือน เดือนละ 2,000 บาท กับพอร์ตนี้ตั้งแต่ปี 2558 (ย้อนหลัง 5 ปี) ปัจจุบันหน้าตาจะเป็นอย่างไร? นักลงทุนเองก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม